
Risk Per Trade 1-2% คืออะไร วิธีคำนวณ Lot Size แบบทีละขั้นตอน
เคยไหมที่เปิดออเดอร์ไปแล้วลุ้นจนมือสั่น เพราะไม่รู้ว่าถ้าราคาสวนทางจะเสียเงินเท่าไหร่กันแน่? ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากดวงไม่ดี แต่เกิดจากการ ไม่คำนวณขนาด Lot ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตั้งแต่แรก กฎ Risk per trade 1-2% คือหลักการพื้นฐานที่เทรดเดอร์มืออาชีพทั่วโลกใช้ เพื่อให้ทุกออเดอร์มีขนาดความเสี่ยงที่ "รู้ล่วงหน้า" และ "รับได้" ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า 1-2% หมายถึงอะไร และที่สำคัญคือสูตรคำนวณ Lot Size แบบทำตามได้จริง พร้อมตัวอย่างทั้งคู่เงิน ทองคำ และคริปโต
Risk per trade 1-2% คืออะไร ทำไมต้องเป็นตัวเลขนี้
Risk per trade คือ "จำนวนเงินสูงสุดที่คุณยอมเสีย" หากออเดอร์นั้นโดน Stop Loss ชนเต็มๆ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมดในพอร์ต (Account Balance หรือ Equity) ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ของราคาหรือ Lot ที่เปิด
ตัวอย่างเช่น ถ้าพอร์ตมีเงิน 50,000 บาท และตั้ง Risk per trade ไว้ที่ 1% นั่นหมายความว่าในทุกออเดอร์ที่เปิด ไม่ว่าจะเป็นทอง ค่าเงิน หรือคริปโต คุณจะยอมเสียได้สูงสุด 500 บาทต่อครั้งเท่านั้น หาก Stop Loss โดนชน
เหตุผลที่นิยมใช้ช่วง 1-2% เพราะเป็นระดับที่สมดุลระหว่างการเติบโตของพอร์ตกับความอยู่รอด:
- ต่ำกว่า 1% ปลอดภัยมาก แต่กำไรจะโตช้า เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทดสอบระบบเทรดจริง
- 1-2% จุดสมดุลที่เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ แม้เจอ Losing Streak ติดต่อกัน 10 ครั้ง พอร์ตก็ยังไม่เสียหายหนักเกินฟื้นตัว
- มากกว่า 3-5% เสี่ยงสูง เพียงไม่กี่ออเดอร์ที่ผิดพลาดติดกันก็อาจทำให้พอร์ตเสียหายเกินครึ่ง และการจะฟื้นกลับมาต้องใช้กำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าขาดทุนมาก (ขาดทุน 50% ต้องกำไร 100% ถึงจะเท่าทุน)
หลักการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Money Management ที่เรามีบทความเจาะลึกไว้แล้วใน บทความ Money Management แต่บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะขั้นตอนคำนวณ Lot Size จากตัวเลข % ที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หลายคนมองข้ามหรือคำนวณผิด
สูตรคำนวณขนาด Lot จาก Risk Percentage
ก่อนคำนวณ Lot ต้องรู้ตัวแปร 4 ตัวนี้ให้ครบก่อน:
- Account Balance เงินทุนในพอร์ตปัจจุบัน
- Risk % เปอร์เซ็นต์ที่ยอมเสียต่อออเดอร์ (เช่น 1% หรือ 2%)
- Stop Loss Distance ระยะ SL วัดเป็น pip หรือ point
- Pip Value / Point Value มูลค่าต่อ pip ของสินทรัพย์นั้นเมื่อเทรด 1 Lot
สูตรหลักคือ:
Risk Amount (บาท/ดอลลาร์) = Account Balance × Risk %
Lot Size = Risk Amount ÷ (Stop Loss Distance × Pip Value ต่อ 1 Lot)
ฟังดูเป็นวิชาการ แต่พอเห็นตัวอย่างจริงจะเข้าใจทันที ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานของ Pip และ Lot ให้แม่นก่อน ถ้ายังไม่คุ้นเคย แนะนำอ่าน Pip, Lot และ Leverage คืออะไร ประกอบ
ตัวอย่างคำนวณ: คู่เงิน Forex (EURUSD)
สมมติสถานการณ์:
- Account Balance: 1,000 USD
- Risk per trade: 1%
- Stop Loss: 20 pips
- Pip Value มาตรฐานของ EURUSD ที่ 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ≈ 10 USD ต่อ pip
คำนวณทีละขั้น:
- Risk Amount = 1,000 × 1% = 10 USD
- Lot Size = 10 ÷ (20 × 10) = 10 ÷ 200 = 0.05 Lot
นั่นหมายความว่าถ้าเปิดออเดอร์ EURUSD ขนาด 0.05 Lot พร้อม SL 20 pips หากโดนชนจริง จะเสียพอดี 10 USD หรือ 1% ของพอร์ต ไม่มากไม่น้อยกว่านี้ ซึ่งต่างจากการสุ่มเปิด 0.1 Lot โดยไม่คำนวณ ที่อาจทำให้เสียถึง 2% โดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่างคำนวณ: ทองคำ XAUUSD
ทองคำเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของเทรดเดอร์ไทย แต่หลายคนคำนวณ Lot ผิดเพราะสับสนเรื่อง Point Value สมมติ:
- Account Balance: 2,000 USD
- Risk per trade: 2%
- Stop Loss: 5 USD (เช่น เข้าที่ 2,650 วาง SL ที่ 2,645)
- Point Value: 1 Standard Lot ทองคำ (100 ออนซ์) เคลื่อนไหว 1 USD = 100 USD กำไร/ขาดทุน
คำนวณ:
- Risk Amount = 2,000 × 2% = 40 USD
- Lot Size = 40 ÷ (5 × 100) = 40 ÷ 500 = 0.08 Lot
ข้อควรระวังคือค่า Point Value ของทองคำอาจแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ บางเจ้าคิด 1 Lot = 100 ออนซ์ บางเจ้าอาจกำหนด Contract Size ต่างออกไป ควรเช็ก Contract Specification ของโบรกเกอร์ตัวเองก่อนคำนวณทุกครั้ง และหากต้องการติดตามราคาทองคำเพื่อวางแผนจุดเข้า-ออกให้แม่นยำขึ้น สามารถดูได้ที่หน้า ราคาทองคำวันนี้ ของ FxFriend ที่อัปเดตตามประกาศสมาคมค้าทองคำ
ตัวอย่างคำนวณ: คริปโต (BTCUSD แบบ CFD)
คริปโตมีความผันผวนสูงกว่าสินทรัพย์อื่น การตั้ง SL กว้างจึงพบได้บ่อย สมมติ:
- Account Balance: 500 USD
- Risk per trade: 1%
- Stop Loss: 300 USD (เช่น เข้าที่ 65,000 วาง SL ที่ 64,700)
- 1 Lot BTCUSD ของโบรกเกอร์ (สมมติ 1 Lot = 1 BTC) เคลื่อนไหว 1 USD = 1 USD ต่อ Lot
คำนวณ:
- Risk Amount = 500 × 1% = 5 USD
- Lot Size = 5 ÷ (300 × 1) = 5 ÷ 300 ≈ 0.0167 Lot
จะเห็นว่าด้วยความผันผวนของคริปโต ขนาด Lot ที่คำนวณได้มักเล็กมาก เพราะ SL ต้องกว้างเพื่อให้ราคามีพื้นที่หายใจ นี่คือเหตุผลที่หลายคนพอร์ตเล็กมักเทรดคริปโตด้วย Lot ที่ใหญ่เกินไปโดยไม่รู้ตัว เพราะลืมคำนวณตามสูตรนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณ Lot จาก Risk %
- ใช้ Equity แทน Balance ผิดจังหวะ: บางคนคำนวณจาก Equity ตอนกำลังมีกำไรลอยอยู่ ทำให้ Risk Amount สูงเกินจริงเมื่อ Floating Profit หายไป ควรใช้ Balance เป็นหลักในการคำนวณเพื่อความปลอดภัย
- ลืมคิด Spread และ Commission: SL ที่ตั้งไว้บางครั้งไม่รวมสเปรดที่ถูกหักไปตั้งแต่เปิดออเดอร์ ทำให้ความเสี่ยงจริงมากกว่าที่คำนวณไว้เล็กน้อย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับต้นทุนแฝงที่เคยอธิบายไว้ในบทความ ต้นทุนแฝงของการเทรด
- ปัดเศษ Lot ผิดทิศทาง: หลายแพลตฟอร์มให้เปิด Lot ได้ละเอียดถึง 0.01 แต่บางโบรกเกอร์จำกัดขั้นต่ำที่ 0.1 Lot หากคำนวณได้ 0.05 แต่โบรกเกอร์เปิดขั้นต่ำ 0.1 ได้ ความเสี่ยงจริงจะกลายเป็น 2 เท่าทันที ต้องปรับ SL หรือ Risk % ให้สอดคล้องกัน
- ไม่ปรับ Lot ตามขนาดพอร์ตที่เปลี่ยนไป: เมื่อพอร์ตโตขึ้นหรือเล็กลงจากการเทรด ควรคำนวณ Lot ใหม่ทุกครั้งตาม Balance ล่าสุด ไม่ใช่ใช้ Lot เดิมซ้ำๆ ตลอด
เครื่องมือช่วยคำนวณให้เร็วขึ้น
ในทางปฏิบัติ เทรดเดอร์มักไม่ได้นั่งคำนวณด้วยมือทุกครั้ง แต่ใช้ Position Size Calculator ที่มีอยู่ในหลายแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์เครื่องมือเทรด เพียงกรอก Balance, Risk %, คู่สกุลเงิน และระยะ SL ระบบจะคำนวณ Lot ให้อัตโนมัติ ลดโอกาสคำนวณผิดพลาดจากการกดเครื่องคิดเลขเอง สามารถดูเครื่องมือที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่หน้า เครื่องมือเทรด ของ FxFriend
อย่างไรก็ตาม การเข้าใจที่มาของสูตรด้วยตัวเองยังสำคัญ เพราะบางสถานการณ์ เช่น เทรดหลายออเดอร์พร้อมกันในคู่เงินที่มีความสัมพันธ์กัน (Correlation) Calculator ทั่วไปอาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงรวมที่แท้จริง ต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานมาปรับใช้เอง และหากต้องการติดตามข่าวสารที่กระทบความผันผวนของตลาดเพื่อประกอบการตั้ง SL ให้เหมาะสม สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Thai Talk Forex ซึ่งเป็นเว็บข่าวในเครือที่อัปเดตสถานการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าพอร์ตเล็กมาก คำนวณแล้ว Lot ต่ำกว่าขั้นต่ำที่โบรกเกอร์อนุญาตทำอย่างไร
หากคำนวณได้ Lot ที่เล็กกว่าขนาดขั้นต่ำของโบรกเกอร์ มีทางเลือกคือ ย่อระยะ Stop Loss ให้แคบลง (ถ้ากลยุทธ์อนุญาต) เพิ่ม Risk % ขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ควรเกิน 2-3%, หรือเลือกใช้บัญชีประเภท Cent ที่ให้ขนาด Lot ยืดหยุ่นกว่า ซึ่งเหมาะกับพอร์ตทุนน้อยในช่วงฝึกฝน
ควรใช้ Risk 1% หรือ 2% ดีกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับ Win Rate และ Risk-Reward Ratio ของระบบเทรดที่ใช้ หากระบบมี Win Rate สูงและ R:R ดี การใช้ 2% อาจช่วยให้พอร์ตโตเร็วขึ้นโดยยังควบคุมความเสี่ยงได้ แต่หากยังอยู่ในช่วงทดสอบระบบหรือ Win Rate ไม่แน่นอน การเริ่มที่ 1% จะปลอดภัยกว่าและให้พื้นที่เรียนรู้จากความผิดพลาดโดยไม่กระทบพอร์ตมาก
Risk per trade กับ Risk ต่อวัน (Daily Risk) ต่างกันอย่างไร
Risk per trade คือความเสี่ยงต่อออเดอร์เดียว ส่วน Daily Risk คือผลรวมความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้ในหนึ่งวัน เช่น ตั้ง Risk per trade 1% แต่จำกัด Daily Risk ไม่เกิน 3% หมายความว่าถ้าวันนั้นขาดทุนติดต่อกัน 3 ออเดอร์จนครบ 3% แล้ว ควรหยุดเทรดทันทีไม่ฝืนเปิดเพิ่ม เพื่อป้องกันอารมณ์ Revenge Trading
สรุป
กฎ Risk per trade 1-2% ไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการคำนวณขนาด Lot ที่แม่นยำ ซึ่งช่วยให้ทุกออเดอร์มีความเสี่ยงที่รู้ล่วงหน้าและควบคุมได้ สูตรพื้นฐานคือนำ Risk Amount หารด้วยผลคูณของ Stop Loss Distance กับ Pip หรือ Point Value จากนั้นปรับให้สอดคล้องกับขนาดขั้นต่ำของโบรกเกอร์และลักษณะความผันผวนของสินทรัพย์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นค่าเงิน ทองคำ หรือคริปโต การฝึกคำนวณด้วยมือสักระยะก่อนพึ่งพา Calculator จะช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงที่แท้จริงของพอร์ตตัวเองมากขึ้น
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex ทองคำ และคริปโตมีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจเทรดทุกครั้ง
ภาพ: Photo by olia danilevich on Pexels
แท็ก
บทความที่เกี่ยวข้อง

Dollar Index คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ทองคำและ Forex ต้องจับตาดู
Dollar Index หรือ DXY คือดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้า 6 สกุลเงินหลัก ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำ คู่เงิน Forex และคริปโต

SWIFT Code กสิกร คืออะไร ใช้โอนเงินต่างประเทศอย่างไรให้ถูกต้อง
SWIFT Code กสิกร คือ KASITHBK ใช้สำหรับโอนเงินและรับเงินระหว่างประเทศ บทความนี้สรุปวิธีใช้ ข้อควรระวัง และขั้นตอนที่เทรดเดอร์ควรรู้ก่อนโอน

รหัส SWIFT คืออะไร หาได้จากไหน ใช้โอนเงินเทรด Forex อย่างไร
รหัส SWIFT คืออะไร อ่านโครงสร้างยังไง หาได้จากธนาคารไหนบ้าง และสำคัญอย่างไรกับเทรดเดอร์ที่ต้องโอนเงินเข้า-ออกโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศ




.webp&w=384&q=75)


