พจนานุกรมการเทรด

คำศัพท์การเทรด Forex

เชี่ยวชาญศัพท์การเทรด Forex ด้วยคำศัพท์ฉบับสมบูรณ์ของเรา ตั้งแต่คำศัพท์พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดขั้นสูง ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเข้าใจภาษาการเทรด

ใช้ Ctrl+F เพื่อค้นหาคำศัพท์ที่ต้องการ

ข้ามไปยังตัวอักษร

A

Ask Price (ราคาเสนอขาย)

ราคาที่โบรกเกอร์ยินดีขายคู่สกุลเงิน เรียกอีกอย่างว่าราคาเสนอขาย นี่คือราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อคู่สกุลเงิน

API (อินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์)

ชุดโปรโตคอลที่ช่วยให้ระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ สามารถสื่อสารกันได้ ในการเทรด API ช่วยให้สามารถเทรดอัตโนมัติ ดึงข้อมูล และเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอกได้

Average Down (ถัวเฉลี่ยลง)

กลยุทธ์ซื้อสินทรัพย์เพิ่มเมื่อราคาลดลงเพื่อลดราคาเฉลี่ยที่เข้าซื้อ แม้จะช่วยลดจุดคุ้มทุน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงหากราคายังคงลดลงต่อไป

A-Book (โมเดล A-Book)

โมเดลการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์ที่ส่งออเดอร์ของลูกค้าตรงไปยังผู้ให้สภาพคล่องภายนอก (liquidity provider) โบรกเกอร์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับลูกค้า และได้รายได้จากสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น และ/หรืออาจส่งคำสั่งต่อไปยังตลาดอินเตอร์แบงก์ (interbank) โดยตรง

B

Backtesting (แบ็คเทสต์)

กระบวนการทดสอบกลยุทธ์การเทรดโดยใช้ข้อมูลในอดีตเพื่อประเมินประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้ในตลาดจริง จำเป็นสำหรับการตรวจสอบกฎกลยุทธ์และพารามิเตอร์ความเสี่ยง

Bid Price (ราคาเสนอซื้อ)

ราคาที่โบรกเกอร์ยินดีซื้อคู่สกุลเงินจากคุณ นี่คือราคาที่คุณได้รับเมื่อขายคู่สกุลเงิน

Base Currency (สกุลเงินฐาน)

สกุลเงินแรกในคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น ใน EUR/USD, EUR คือสกุลเงินฐาน มันแสดงถึงสกุลเงินที่คุณกำลังซื้อหรือขาย

Bear Market (ตลาดหมี)

สภาวะตลาดที่มีลักษณะราคาตกลง เทรดเดอร์ที่เชื่อว่าราคาจะลดลงเรียกว่าหมี ตรงข้ามกับตลาดกระทิง

Bollinger Bands (โบลินเจอร์ แบนด์)

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ประกอบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่พร้อมแถบบนและล่างที่ตั้งตามส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ระบุสภาวะ overbought/oversold และความผันผวน

Breakout (เบรกเอาท์)

การเคลื่อนไหวของราคาที่ทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านที่กำหนดไว้พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น สามารถบ่งชี้การเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่

Bull Market (ตลาดกระทิง)

สภาวะตลาดที่มีลักษณะราคาขึ้น เทรดเดอร์ที่เชื่อว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเรียกว่ากระทิง ตรงข้ามกับตลาดหมี

Broker (โบรกเกอร์)

ตัวกลางทางการเงินที่ดำเนินการซื้อและขายในนามของเทรดเดอร์ โบรกเกอร์ Forex ให้บริการแพลตฟอร์มการเทรดและการเข้าถึงตลาดสกุลเงิน

Buy Stop (บายสต็อป)

คำสั่งรอดำเนินการที่วางไว้เหนือราคาตลาดปัจจุบัน จะเปิดการซื้อเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่กำหนด ใช้ทั่วไปสำหรับเข้าเทรด breakout หรือเป็น stop loss สำหรับตำแหน่งขาย

B-Book (โมเดล B-Book)

โมเดลการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์ที่โบรกเกอร์รับออเดอร์ของลูกค้าไว้เองในฝั่งตรงข้าม แทนที่จะส่งเข้าตลาดจริง โบรกเกอร์จะได้กำไรเมื่อลูกค้าขาดทุน จึงอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

C

Candlestick (แท่งเทียน)

ประเภทกราฟราคาที่แสดงราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดสำหรับช่วงเวลาที่กำหนด รูปแบบแท่งเทียนเช่น doji, hammer และ engulfing ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

Central Bank (ธนาคารกลาง)

สถาบันแห่งชาติที่จัดการสกุลเงิน ปริมาณเงิน และอัตราดอกเบี้ยของประเทศ การตัดสินใจของธนาคารกลาง (เช่น Fed, ECB, BOJ) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด forex

CFD (สัญญาส่วนต่าง)

สัญญาระหว่างเทรดเดอร์และโบรกเกอร์เพื่อแลกเปลี่ยนความแตกต่างในมูลค่าของสินทรัพย์ตั้งแต่เปิดตำแหน่งจนกระทั่งปิด โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง

Chart Pattern (รูปแบบกราฟ)

รูปแบบที่จดจำได้บนกราฟราคาที่ส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต รูปแบบทั่วไป ได้แก่ head and shoulders, double top/bottom, สามเหลี่ยม และธง

Closing Price (ราคาปิด)

ราคาสุดท้ายที่คู่สกุลเงินเทรดในช่วงเวลาหรือเซสชันการเทรดที่กำหนด ราคาปิดใช้ในการคำนวณอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคหลายตัวและวาดแท่งเทียนรายวัน

Commission (ค่าคอมมิชชั่น)

ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บสำหรับการดำเนินการเทรด โบรกเกอร์บางรายคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตแทนที่จะขยาย spread พบได้บ่อยในบัญชี ECN

Commodity Currency (สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์)

สกุลเงินของประเทศที่เศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก เช่น AUD (ทอง แร่เหล็ก), CAD (น้ำมัน) และ NZD (นม) มูลค่ามักสัมพันธ์กับราคาสินค้าโภคภัณฑ์

Consolidation (การรวมตัว)

ช่วงเวลาที่คู่สกุลเงินเทรดในกรอบแคบ แสดงถึงความไม่แน่ใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย มักเกิดขึ้นก่อนการ breakout ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

Copy Trading (ก๊อปปี้เทรด)

วิธีการเทรดที่ช่วยให้คุณสามารถคัดลอกการเทรดของเทรดเดอร์ผู้มีประสบการณ์โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ เป็นที่นิยมในหมู่มือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้จากมืออาชีพ

Correlation (สหสัมพันธ์)

ความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างคู่สกุลเงินสองคู่ สหสัมพันธ์เชิงบวกหมายถึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน สหสัมพันธ์เชิงลบหมายถึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้าม

CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค)

ตัวชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญที่วัดการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย ข้อมูล CPI ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางและมูลค่าสกุลเงิน

Cross Rate (อัตราข้าม)

คู่สกุลเงินที่ไม่รวมดอลลาร์สหรัฐ เช่น EUR/GBP หรือ AUD/JPY เรียกอีกอย่างว่าคู่สกุลเงินข้ามหรือ crosses

Currency Pair (คู่สกุลเงิน)

สกุลเงินสองตัวที่เสนอราคาร่วมกัน แสดงว่าต้องใช้สกุลเงินเสนอราคาเท่าไหร่ในการซื้อสกุลเงินฐานหนึ่งหน่วย ตัวอย่าง: EUR/USD = 1.1000 หมายความว่า 1 ยูโรเท่ากับ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Carry Trade (การเทรดกินส่วนต่างดอกเบี้ย)

กลยุทธ์การซื้อสกุลเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงโดยใช้เงินจากสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (swap) ที่ได้รับจากการถือครองข้ามคืน

D

Day Trading (เดย์เทรด)

สไตล์การเทรดที่เปิดและปิดทุกตำแหน่งภายในวันเดียวกัน เดย์เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงความเสี่ยงข้ามคืนและมักทำการเทรดหลายครั้งต่อวัน

Dead Cat Bounce (การเด้งชั่วคราวของราคา)

การฟื้นตัวชั่วคราวในตลาดขาลงก่อนที่แนวโน้มขาลงจะกลับมา ตั้งชื่อจากแนวคิดว่าแม้แต่แมวที่ตายแล้วก็จะกระดอนถ้าตกจากที่สูง เทรดเดอร์ระวังสิ่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวเท็จ

Demo Account (บัญชีทดลอง)

บัญชีเทรดฝึกหัดด้วยเงินเสมือนที่จำลองสภาวะตลาดจริง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้การเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน

Deposit (ฝากเงิน)

การเพิ่มเงินทุนเข้าบัญชีเทรดของคุณ โบรกเกอร์มักเสนอวิธีฝากเงินหลายช่องทาง ได้แก่ โอนผ่านธนาคาร บัตรเครดิต และ e-wallet โดยมีเวลาดำเนินการและค่าธรรมเนียมต่างกัน

Divergence (ไดเวอร์เจนซ์)

เมื่อราคาของคู่สกุลเงินเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค (เช่น RSI หรือ MACD) สามารถบ่งบอกถึงการกลับตัวของเทรนด์ที่อาจเกิดขึ้น

Double Bottom (ดับเบิ้ลบอทท่อม)

รูปแบบกราฟขาขึ้นที่ราคาแตะระดับแนวรับสองครั้ง เป็นรูปตัว W ส่งสัญญาณการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้นเมื่อเส้น neckline ถูกทะลุ

Double Top (ดับเบิ้ลท็อป)

รูปแบบกราฟขาลงที่ราคาแตะระดับแนวต้านสองครั้ง เป็นรูปตัว M ส่งสัญญาณการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลงเมื่อเส้น neckline ถูกทะลุ

Dow Theory (ทฤษฎีดาว)

ทฤษฎีที่เก่าแก่ที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ระบุว่าตลาดเคลื่อนที่เป็นเทรนด์ (หลัก รอง ย่อย) และราคาสะท้อนทุกอย่างแล้ว เป็นรากฐานของการวิเคราะห์กราฟสมัยใหม่

Drawdown (ดรอว์ดาวน์)

การลดลงจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในยอดเงินในบัญชีของคุณ วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ บ่งชี้การสูญเสียที่มากที่สุดที่เคยเกิดขึ้น เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินผลการเทรด

Dovish (สายผ่อนคลาย)

ท่าทีของธนาคารกลางที่โน้มเอียงไปทางลดอัตราดอกเบี้ยและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่าทีนี้มักทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นอ่อนค่าลง

E

EA (Expert Advisor / หุ่นยนต์เทรด)

โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ หรือที่เรียกกันว่าหุ่นยนต์เทรด (โรบอทเทรดดิ้ง) ทำงานบนแพลตฟอร์ม MetaTrader โดยดำเนินการเทรดตามกฎที่ตั้งโปรแกรมไว้เอง ไม่ต้องมีการแทรกแซงด้วยมือ จึงสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ECN (เครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์)

ระบบการเทรดที่จับคู่คำสั่งซื้อและขายโดยอัตโนมัติที่ราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ โบรกเกอร์ ECN เสนอการเข้าถึงตลาดโดยตรงพร้อม spread ที่แคบกว่าโดยทั่วไป

Economic Calendar (ปฏิทินเศรษฐกิจ)

ตารางเวลาของเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเปิดเผยข้อมูล และการประกาศของธนาคารกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและหลีกเลี่ยงความผันผวนที่ไม่คาดคิด

Elliott Wave Theory (ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต)

ทฤษฎีการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เสนอว่าตลาดเคลื่อนที่เป็นรูปแบบคลื่นที่คาดเดาได้ ประกอบด้วยคลื่น impulse 5 คลื่นตามด้วยคลื่น corrective 3 คลื่น ใช้คาดการณ์ทิศทางและเป้าหมายราคา

Entry Point (จุดเข้า)

ราคาที่เฉพาะเจาะจงที่เทรดเดอร์เปิดตำแหน่ง จุดเข้าที่ดีจะเพิ่มโอกาสกำไรสูงสุดและลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด กำหนดโดยการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน

Equity (ทุนคงเหลือ)

มูลค่าปัจจุบันของบัญชีเทรดของคุณ คำนวณจากยอดคงเหลือบวกหรือลบด้วยกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากตำแหน่งที่เปิดอยู่

Exit Point (จุดออก)

ราคาที่เฉพาะเจาะจงที่เทรดเดอร์ปิดตำแหน่ง อาจเกิดจาก take profit, stop loss, trailing stop หรือปิดด้วยตนเอง การออกที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ

Exotic Pair (คู่สกุลเงินเอ็กโซติก)

คู่สกุลเงินที่รวมสกุลเงินหลักหนึ่งตัวกับสกุลเงินจากเศรษฐกิจกำลังพัฒนา (เช่น USD/THB, EUR/TRY) มักมีสเปรดกว้างกว่า สภาพคล่องต่ำกว่า และความผันผวนสูงกว่า

Exposure (ความเสี่ยงที่เปิดรับ)

จำนวนเงินทั้งหมดที่เสี่ยงในตลาด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง การจัดการ exposure ข้ามหลายเทรดเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและปกป้องเงินทุนเทรด

ECB (ธนาคารกลางยุโรป)

ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายการเงินของกลุ่มยูโรโซน การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยและคำแถลงของ ECB เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางค่าเงินยูโร

F

Fakeout (เฟคเอาท์)

การ breakout เท็จที่ราคาเคลื่อนที่ผ่านแนวรับหรือแนวต้านชั่วครู่แต่กลับตัวอย่างรวดเร็ว เฟคเอาท์ดักเทรดเดอร์ที่เข้าตามสัญญาณ breakout

Fibonacci Retracement (ฟีโบนัชชี รีเทรสเมนท์)

เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่อิงตามอัตราส่วนฟีโบนัชชี (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%) ใช้ระบุระดับแนวรับและแนวต้านที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการย่อตัวของราคา

Floating P/L (กำไร/ขาดทุนลอยตัว)

กำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากตำแหน่งที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ตามการเคลื่อนไหวของตลาด จะกลายเป็นกำไร/ขาดทุนจริงเมื่อปิดตำแหน่ง

Forex (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา)

ตลาดกระจายอำนาจทั่วโลกสำหรับการซื้อขายสกุลเงิน มีการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก

Free Margin (มาร์จิ้นคงเหลือ)

จำนวนเงินในบัญชีเทรดของคุณที่สามารถใช้เปิดตำแหน่งใหม่ได้ คำนวณจากทุนคงเหลือลบมาร์จิ้นที่ใช้ไป หากมาร์จิ้นคงเหลือถึงศูนย์ คุณจะไม่สามารถเปิดเทรดใหม่ได้

Fundamental Analysis (การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)

วิธีการประเมินสกุลเงินโดยการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย GDP ตัวเลขการจ้างงาน และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ

G

Gap (แก็ป)

ช่องว่างในกราฟราคาที่ราคากระโดดอย่างมากระหว่างแท่งเทียนสองแท่งที่ต่อเนื่องกันโดยไม่มีการเทรดในระหว่างนั้น มักเกิดขึ้นหลังสุดสัปดาห์หรือเหตุการณ์ข่าวสำคัญ

XAU/USD (ทองคำ)

ทองคำที่เทรดเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ยอดนิยมในการเทรด forex ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและมักขึ้นราคาในช่วงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

Grid Trading (กริดเทรดดิ้ง)

กลยุทธ์ที่วางคำสั่งซื้อและขายหลายรายการที่ช่วงราคาคงที่เหนือและต่ำกว่าราคาที่กำหนด ทำกำไรจากการผันผวนปกติของตลาดโดยไม่ต้องคาดเดาทิศทาง

GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่งผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่ง การเติบโตของ GDP ที่แข็งแกร่งมักหนุนค่าเงินให้แข็งค่า ขณะที่การเติบโตอ่อนแอมักทำให้ค่าเงินอ่อนลง

H

Harmonic Pattern (ฮาร์โมนิก แพทเทิร์น)

รูปแบบกราฟขั้นสูงที่อิงจากอัตราส่วนฟีโบนัชชี เช่น Gartley, Butterfly, Bat และ Crab ใช้ระบุจุดกลับตัวที่แม่นยำในตลาด

Head and Shoulders (เฮด แอนด์ โชลเดอร์)

รูปแบบกราฟกลับตัวคลาสสิกที่มีสามยอด โดยยอดกลาง (head) สูงที่สุด ขนาบด้วยสองยอดที่ต่ำกว่า (shoulders) ส่งสัญญาณกลับตัวเมื่อ neckline ถูกทะลุ

Hedging (เฮดจิ้ง)

กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่คุณเปิดตำแหน่งเพื่อชดเชยการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรดอื่น เช่น ซื้อ EUR/USD และขาย GBP/USD เพื่อลดความเสี่ยง

Hawkish (สายเข้มงวด)

ท่าทีของธนาคารกลางที่โน้มเอียงไปทางขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ท่าทีนี้มักทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นแข็งค่าขึ้น

I

Ichimoku Cloud (อิชิโมคุ คลาวด์)

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคครบวงจรที่กำหนดแนวรับ/แนวต้าน ทิศทางเทรนด์ โมเมนตัม และสัญญาณเทรดในคราวเดียว ประกอบด้วยห้าเส้นรวมถึง Kumo (เมฆ)

Indicator (อินดิเคเตอร์)

การคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่อิงจากข้อมูลราคา ปริมาณ หรือ open interest เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต อินดิเคเตอร์ที่นิยม ได้แก่ RSI, MACD และ Moving Averages

Interest Rate (อัตราดอกเบี้ย)

อัตราที่ธนาคารกลางให้กู้ยืมเงิน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้สกุลเงินแข็งค่า การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อ forex มากที่สุด

Inflation (เงินเฟ้อ)

อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการเมื่อเวลาผ่านไป ธนาคารกลางมักขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่สูงเกินไป ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น

J

JPY (เยนญี่ปุ่น)

สกุลเงินของประเทศญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก เยนถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) จึงมักแข็งค่าขึ้นเมื่อตลาดเกิดความกังวลหรือความไม่แน่นอน

Jawboning (การพูดแทรกแซง)

การที่ธนาคารกลางพยายามชี้นำทิศทางค่าเงินด้วยการแสดงความเห็นและส่งสัญญาณผ่านคำพูดต่อสาธารณะ แทนที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง เพื่อกระตุ้นให้ตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการ

JMD (ดอลลาร์จาเมกา)

สกุลเงินอย่างเป็นทางการของประเทศจาเมกา จัดเป็นสกุลเงินแปลก (exotic) ที่มีปริมาณการเทรดในตลาด Forex ค่อนข้างน้อยและมีสเปรดกว้าง

Janet Yellen (เจเน็ต เยลเลน)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ความเห็นของเธอเกี่ยวกับเศรษฐกิจและนโยบายการเงินสามารถส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้

Jerome Powell (เจอโรม พาวเวลล์)

ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนปัจจุบัน คำแถลงของเขาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด และมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวรุนแรง

JOLTS (รายงานตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ)

รายงานรายเดือนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับตำแหน่งงานว่าง การจ้างงาน และการลาออกจากงาน เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานที่อาจส่งผลต่อนโยบายของ Fed และค่าเงินดอลลาร์

Jobber (จ๊อบเบอร์)

ผู้ค้าหรือผู้ดูแลสภาพคล่องที่ซื้อขายด้วยบัญชีของตนเองเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้น แทนที่จะดำเนินการเพื่อลูกค้า

JOD (ดีนาร์จอร์แดน)

สกุลเงินอย่างเป็นทางการของประเทศจอร์แดน ถูกผูกค่า (peg) ไว้กับดอลลาร์สหรัฐ จึงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างนิ่ง

K

Kiwi (ดอลลาร์นิวซีแลนด์)

ชื่อเล่นที่เทรดเดอร์ใช้เรียกดอลลาร์นิวซีแลนด์และคู่เงิน NZD/USD ตั้งชื่อตามนกกีวีซึ่งเป็นนกประจำชาติของนิวซีแลนด์

Key Level (ระดับราคาสำคัญ)

ระดับราคาที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่งซ้ำๆ ในอดีต ซึ่งเทรดเดอร์คาดว่าราคาจะมีปฏิกิริยาที่ชัดเจนเมื่อกลับมาถึงระดับนั้นอีกครั้ง

L

Leverage (เลเวอเรจ / อัตราส่วนทุน)

ความสามารถในการควบคุมตำแหน่งขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนจำนวนเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น เลเวอเรจ 1:100 หมายความว่าคุณสามารถควบคุม $100,000 ด้วยมาร์จิ้นเพียง $1,000

Limit Order (คำสั่งจำกัด)

คำสั่งซื้อหรือขายคู่สกุลเงินที่ราคาที่กำหนดหรือดีกว่า Buy limit วางต่ำกว่าราคาปัจจุบัน Sell limit วางเหนือราคาปัจจุบัน การเทรดจะดำเนินการเมื่อราคาถึงระดับที่คุณตั้งไว้

Liquidity (สภาพคล่อง)

ความง่ายในการซื้อหรือขายสินทรัพย์โดยไม่กระทบต่อราคา สภาพคล่องสูงหมายความว่าคุณสามารถเข้าและออกจากการเทรดได้อย่างรวดเร็วที่ราคาที่มั่นคง

Live Account (บัญชีจริง)

บัญชีเทรดจริงที่มีเงินจริง ต่างจากบัญชีทดลอง กำไรและขาดทุนเป็นเงินจริง เทรดเดอร์ควรเปลี่ยนมาใช้บัญชีจริงหลังจากฝึกฝนในบัญชีทดลองแล้วเท่านั้น

Long Position (ตำแหน่งซื้อ)

การเทรดที่คุณซื้อคู่สกุลเงินโดยคาดว่าราคาจะขึ้น การ long EUR/USD หมายถึงการซื้อยูโรและขายดอลลาร์ ทำกำไรหากยูโรแข็งค่าขึ้น

Lot (ล็อต)

ขนาดการเทรดมาตรฐานใน Forex ล็อตมาตรฐานคือ 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน มินิล็อตคือ 10,000 หน่วย และไมโครล็อตคือ 1,000 หน่วย

M

MACD (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่บรรจบและแยกตัว)

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคยอดนิยมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้น เทรดเดอร์ใช้ MACD crossover, divergence และรูปแบบ histogram เพื่อระบุเทรนด์และโมเมนตัม

Major Pair (คู่สกุลเงินหลัก)

คู่สกุลเงินที่มีการเทรดมากที่สุด 7 คู่ ทั้งหมดรวมดอลลาร์สหรัฐ: EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF, AUD/USD, USD/CAD และ NZD/USD มีสเปรดแคบที่สุดและสภาพคล่องสูงสุด

Margin (มาร์จิ้น)

จำนวนเงินที่ต้องมีในบัญชีของคุณเพื่อเปิดและรักษาตำแหน่งเลเวอเรจ มันทำหน้าที่เป็นเงินมัดจำหรือหลักประกันสำหรับการเทรดของคุณ

Margin Call (มาร์จิ้นคอล)

คำเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อทุนคงเหลือในบัญชีของคุณลดลงต่ำกว่าระดับมาร์จิ้นที่กำหนด หากไม่ฝากเงินเพิ่มหรือปิดตำแหน่ง โบรกเกอร์อาจปิดเทรดของคุณโดยอัตโนมัติ

Market Order (คำสั่งตลาด)

คำสั่งซื้อหรือขายคู่สกุลเงินทันทีที่ราคาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คำสั่งตลาดรับประกันการดำเนินการแต่ไม่รับประกันราคาที่แน่นอน

Martingale (มาร์ติงเกล)

กลยุทธ์ความเสี่ยงสูงที่คุณเพิ่มขนาดตำแหน่งเป็นสองเท่าหลังแต่ละการขาดทุน โดยหวังจะกู้คืนทุกการสูญเสียด้วยชัยชนะครั้งเดียว แม้จะน่าดึงดูดทางคณิตศาสตร์ แต่อาจทำให้บัญชีล้มได้

Minor Pair (คู่สกุลเงินรอง)

คู่สกุลเงินที่ไม่รวมดอลลาร์สหรัฐแต่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินหลักอื่น เช่น EUR/GBP, EUR/JPY หรือ GBP/JPY เรียกอีกอย่างว่า cross pairs มีสเปรดและสภาพคล่องปานกลาง

Money Management (การบริหารเงิน)

การปฏิบัติในการจัดการเงินทุนเทรดเพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มผลตอบแทนให้สูงสุด รวมถึงการกำหนดขนาดตำแหน่ง จำกัดความเสี่ยงต่อเทรด และกลยุทธ์การกระจายพอร์ต

Moving Average (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ปรับข้อมูลราคาให้เรียบโดยสร้างราคาเฉลี่ยที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง ประเภทที่พบบ่อย ได้แก่ Simple Moving Average (SMA) และ Exponential Moving Average (EMA)

MT4 (MetaTrader 4)

แพลตฟอร์มการเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีชื่อเสียงในด้านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย กราฟขั้นสูง และรองรับการเทรดอัตโนมัติผ่าน Expert Advisors (EAs)

MT5 (MetaTrader 5)

รุ่นสืบทอดของ MT4 เสนอคุณสมบัติเพิ่มเติมเช่น timeframe มากขึ้น ปฏิทินเศรษฐกิจ และการเข้าถึงตลาดหุ้นและ futures นอกเหนือจาก forex

Momentum (โมเมนตัม)

ความเร็วและความแรงของการเคลื่อนไหวราคา โมเมนตัมสูงหมายถึงราคากำลังวิ่งเป็นเทรนด์อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่โมเมนตัมที่อ่อนลงอาจเตือนถึงการชะลอตัวหรือการกลับตัว

N

NFP (ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร)

รายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยทุกเดือน แสดงจำนวนงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่รวมแรงงานภาคเกษตร การเปิดเผย NFP ทำให้ forex ผันผวนอย่างมาก โดยเฉพาะคู่ USD

Negative Balance Protection (การป้องกันยอดติดลบ)

มาตรการคุ้มครองจากโบรกเกอร์ที่ป้องกันไม่ให้ยอดเงินในบัญชีติดลบต่ำกว่าศูนย์ ทำให้เทรดเดอร์ไม่ขาดทุนเกินกว่าเงินที่ฝากเข้ามา แม้ตลาดจะเคลื่อนไหวรุนแรง

O

Order Book (สมุดคำสั่ง)

รายการคำสั่งซื้อและขายที่รอดำเนินการทั้งหมดสำหรับคู่สกุลเงินที่ระดับราคาต่างๆ แสดงความลึกของตลาดและช่วยเทรดเดอร์เข้าใจว่ากลุ่มอุปสงค์และอุปทานอยู่ที่ไหน

Overbought (ซื้อมากเกินไป)

สภาวะตลาดที่ราคาขึ้นเร็วเกินไปและอาจถึงเวลาย่อตัว ระบุโดยอินดิเคเตอร์เช่น RSI เหนือ 70 ไม่รับประกันว่าจะกลับตัวทันที

Oversold (ขายมากเกินไป)

สภาวะตลาดที่ราคาลงเร็วเกินไปและอาจถึงเวลาตีกลับ ระบุโดยอินดิเคเตอร์เช่น RSI ต่ำกว่า 30 ไม่รับประกันว่าจะกลับตัวทันที

OHLC (ราคาเปิด-สูง-ต่ำ-ปิด)

ราคาสำคัญสี่ค่าของแท่งราคาในแต่ละช่วงเวลา ได้แก่ ราคาเปิด (Open) สูงสุด (High) ต่ำสุด (Low) และปิด (Close) ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการสร้างกราฟราคาส่วนใหญ่

P

Pending Order (คำสั่งรอดำเนินการ)

คำสั่งซื้อหรือขายคู่สกุลเงินที่ราคาในอนาคต รวมถึง buy limit, sell limit, buy stop และ sell stop การเทรดจะดำเนินการโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบ

Pip (จุดเปอร์เซ็นต์)

การเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดในคู่สกุลเงิน โดยทั่วไปคือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ (0.0001) สำหรับคู่ JPY คือทศนิยมตำแหน่งที่สอง (0.01)

Pivot Point (จุดหมุน)

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่คำนวณจากราคาสูงสุด ต่ำสุด และปิดของช่วงก่อนหน้า ใช้กำหนดระดับแนวรับและแนวต้านที่อาจเกิดขึ้นสำหรับเซสชันเทรดปัจจุบัน

Portfolio (พอร์ตโฟลิโอ)

กลุ่มของตำแหน่งเทรดและการลงทุนทั้งหมดของคุณ การกระจายพอร์ตโฟลิโอข้ามคู่สกุลเงินและประเภทสินทรัพย์ต่างๆ ช่วยจัดการความเสี่ยงโดยรวม

Position Trading (โพสิชั่นเทรด)

กลยุทธ์การเทรดระยะยาวที่ถือตำแหน่งเป็นสัปดาห์ เดือน หรือแม้แต่ปี โพสิชั่นเทรดเดอร์มุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเทรนด์ตลาดหลัก

Price Action (ไพรซ์แอคชั่น)

แนวทางการเทรดที่วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาดิบโดยไม่พึ่งพาอินดิเคเตอร์ เทรดเดอร์อ่านรูปแบบแท่งเทียน แนวรับ/แนวต้าน และรูปแบบกราฟเพื่อตัดสินใจ

Pullback (พูลแบ็ค)

การกลับตัวชั่วคราวในทิศทางตรงข้ามกับเทรนด์หลัก พูลแบ็คถือเป็นโอกาสซื้อในขาขึ้นหรือโอกาสขายในขาลง

Pyramiding (ปิรามิดดิ้ง)

กลยุทธ์เพิ่มตำแหน่งที่ชนะเมื่อราคาเคลื่อนที่ในทิศทางที่ต้องการ ต่างจาก average down ปิรามิดดิ้งเพิ่ม exposure ในทิศทางเทรนด์เพื่อเพิ่มกำไรสูงสุด

Pipette (เศษ Pip)

หนึ่งในสิบของ pip คือทศนิยมตำแหน่งที่ห้าของคู่เงินส่วนใหญ่ (หรือตำแหน่งที่สามสำหรับคู่ JPY) โบรกเกอร์ใช้เพื่อเสนอราคาที่ละเอียดและแข่งขันได้มากขึ้น

PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ)

ผลสำรวจรายเดือนจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ใช้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ค่าที่สูงกว่า 50 บ่งชี้การขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่วนต่ำกว่า 50 บ่งชี้การหดตัว

Q

Quantitative Easing (มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ)

นโยบายการเงินที่ธนาคารกลางซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเพิ่มเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ QE มักทำให้สกุลเงินอ่อนค่าและใช้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเพื่อกระตุ้นการเติบโต

Quote Currency (สกุลเงินเสนอราคา)

สกุลเงินที่สองในคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น ใน EUR/USD, USD คือสกุลเงินเสนอราคา แสดงว่าต้องใช้สกุลเงินนี้เท่าไหร่ในการซื้อสกุลเงินฐานหนึ่งหน่วย

R

Rally (การปรับตัวขึ้น)

การเคลื่อนไหวของราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง rally สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในตลาดกระทิงและตลาดหมี Bear market rally คือการขึ้นชั่วคราวในแนวโน้มขาลงที่ใหญ่กว่า

Ranging Market (ตลาดไซด์เวย์)

สภาวะตลาดที่ราคาเคลื่อนที่ไปด้านข้างระหว่างแนวรับและแนวต้านที่กำหนดโดยไม่มีเทรนด์ที่ชัดเจน เรียกอีกอย่างว่าตลาด sideways หรือ choppy

Resistance (แนวต้าน)

ระดับราคาที่แรงขายแข็งแกร่งพอที่จะป้องกันไม่ให้ราคาขึ้นต่อไป เทรดเดอร์มักมองหา breakout เหนือระดับแนวต้าน

Retracement (การย่อตัว)

การเคลื่อนไหวของราคาชั่วคราวที่สวนทางกับทิศทางเทรนด์หลัก ต่างจากการกลับตัว การย่อตัวเป็นช่วงสั้นและเทรนด์เดิมจะกลับมา มักวัดโดยใช้ระดับฟีโบนัชชี

Reversal (การกลับตัว)

การเปลี่ยนแปลงทิศทางโดยรวมของเทรนด์ราคา การกลับตัวขาขึ้นเกิดเมื่อขาลงเปลี่ยนเป็นขาขึ้น และในทางกลับกัน ยืนยันด้วยรูปแบบกราฟและปริมาณการซื้อขาย

Risk Management (การบริหารความเสี่ยง)

กระบวนการระบุ วิเคราะห์ และควบคุมการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในการเทรด รวมถึงการตั้ง stop loss, การกำหนดขนาดตำแหน่ง, อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน และไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ต่อเทรด

Risk-Reward Ratio (อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน)

อัตราส่วนเปรียบเทียบการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับกำไรที่อาจได้รับจากการเทรด อัตราส่วน 1:3 หมายถึงเสี่ยง $100 เพื่อมีโอกาสได้รับ $300 เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ตั้งเป้าอย่างน้อย 1:2

RSI (ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์)

ออสซิลเลเตอร์วัดโมเมนตัมที่วัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของราคาในสเกล 0-100 ค่าเหนือ 70 บ่งชี้สภาวะ overbought ต่ำกว่า 30 บ่งชี้สภาวะ oversold

Rollover (ดอกเบี้ยข้ามคืน)

ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายหรือได้รับจากการถือออเดอร์ข้ามคืน สะท้อนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่เงินนั้น หรือที่เรียกกันว่า swap

Round Number (ราคาเลขกลม)

ระดับราคาที่ลงท้ายด้วยเลขกลม เช่น 1.2000 หรือ 150.00 ระดับเหล่านี้มักทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านทางจิตวิทยาที่มีคำสั่งซื้อขายกระจุกตัวอยู่มาก

S

Scalping (สแกลป์ปิ้ง)

กลยุทธ์การเทรดที่เกี่ยวข้องกับการทำกำไรเล็กน้อยหลายครั้งจากการเปลี่ยนแปลงราคาเล็กน้อยตลอดทั้งวัน สแกลเปอร์โดยทั่วไปถือตำแหน่งเป็นเวลาวินาทีถึงนาที

Sentiment Analysis (การวิเคราะห์ความรู้สึกตลาด)

วิธีการวิเคราะห์ทิศทางตลาดโดยการวัดอารมณ์โดยรวมของเทรดเดอร์ วัดว่าส่วนใหญ่เป็น bullish หรือ bearish มักใช้เป็นอินดิเคเตอร์สวนเทรนด์

Short Position (ตำแหน่งขาย)

การเทรดที่คุณขายคู่สกุลเงินโดยคาดว่าราคาจะลง การ short EUR/USD หมายถึงการขายยูโรและซื้อดอลลาร์ ทำกำไรหากยูโรอ่อนค่าลง

Signal Provider (ผู้ให้สัญญาณ)

เทรดเดอร์หรือบริการที่แชร์คำแนะนำการซื้อ/ขายกับสมาชิก สัญญาณมักรวมราคาเข้า สต็อปลอส และเทคโปรฟิตสำหรับคู่สกุลเงินที่ระบุ

Slippage (สลิปเพจ)

ความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังของการเทรดกับราคาจริงที่ดำเนินการ พบได้บ่อยในช่วงที่ความผันผวนสูงหรือช่วงสภาพคล่องต่ำ

Social Trading (โซเชียลเทรดดิ้ง)

รูปแบบการเทรดที่ผสมผสานโซเชียลมีเดียกับตลาดการเงิน ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสังเกต พูดคุย และคัดลอกกลยุทธ์ของเทรดเดอร์คนอื่นในชุมชน

Spread (สเปรด)

ความแตกต่างระหว่างราคา bid และ ask ของคู่สกุลเงิน นี่คือวิธีที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ทำเงิน สเปรดที่ต่ำกว่าดีกว่าสำหรับเทรดเดอร์

Stochastic Oscillator (สโตแคสติก ออสซิลเลเตอร์)

อินดิเคเตอร์โมเมนตัมที่เปรียบเทียบราคาปิดของสกุลเงินกับช่วงราคาในระยะเวลาที่กำหนด ค่าเหนือ 80 บ่งชี้สภาวะ overbought ต่ำกว่า 20 บ่งชี้ oversold

Stop Loss (สต็อปลอส)

คำสั่งที่วางไว้เพื่อปิดตำแหน่งขาดทุนโดยอัตโนมัติที่ระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จำเป็นสำหรับการบริหารความเสี่ยงเพื่อจำกัดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

Stop Out (สต็อปเอาท์)

ระดับที่โบรกเกอร์ปิดตำแหน่งของคุณโดยอัตโนมัติเนื่องจากระดับมาร์จิ้นลดลงต่ำเกินไป โดยทั่วไปเกิดขึ้นที่ระดับมาร์จิ้น 20-50% ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์

Support (แนวรับ)

ระดับราคาที่แรงซื้อแข็งแกร่งพอที่จะป้องกันไม่ให้ราคาตกต่อไป เทรดเดอร์มักมองหาการตีกลับที่ระดับแนวรับ

Swap/Rollover (สวอป)

ค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยที่จ่ายหรือได้รับสำหรับการถือตำแหน่งข้ามคืน อิงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินทั้งสองในคู่ สามารถเป็นบวกหรือลบ

Swing Trading (สวิงเทรด)

สไตล์การเทรดที่มุ่งจับการแกว่งตัวของราคาในช่วงเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ สวิงเทรดเดอร์ใช้ทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเพื่อระบุโอกาส

Spot Market (ตลาดสปอต)

ตลาดที่ซื้อขายสกุลเงินเพื่อส่งมอบทันทีตามราคาปัจจุบัน ต่างจากสัญญาฟิวเจอร์สหรือฟอร์เวิร์ดที่ตกลงราคากันไว้ล่วงหน้าเพื่อส่งมอบในอนาคต

T

Take Profit (เทคโปรฟิต)

คำสั่งที่วางไว้เพื่อปิดตำแหน่งที่กำไรโดยอัตโนมัติที่ระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ช่วยล็อกกำไรเมื่อถึงเป้าหมายของคุณ

Technical Analysis (การวิเคราะห์ทางเทคนิค)

การศึกษากราฟราคาในอดีตและรูปแบบเพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต ใช้อินดิเคเตอร์ รูปแบบกราฟ และการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อตัดสินใจเทรด

Timeframe (ไทม์เฟรม)

ระยะเวลาของแท่งเทียนหรือบาร์แต่ละแท่งบนกราฟราคา ไทม์เฟรมทั่วไป ได้แก่ M1 (1 นาที), M15, H1 (1 ชั่วโมง), H4, D1 (รายวัน), W1 (รายสัปดาห์) ไทม์เฟรมสูงกว่าแสดงเทรนด์ใหญ่กว่า

Trailing Stop (เทรลลิ่งสต็อป)

สต็อปลอสแบบไดนามิกที่เลื่อนตามทิศทางกำไรของคุณโดยอัตโนมัติ ช่วยล็อกกำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวในทิศทางที่ดีขณะยังป้องกันการกลับตัว

Trend (เทรนด์)

ทิศทางทั่วไปของการเคลื่อนไหวราคาตลอดเวลา อัพเทรนด์มี higher highs และ higher lows ดาวน์เทรนด์มี lower highs และ lower lows การเทรดตามเทรนด์เป็นกลยุทธ์หลัก

Trendline (เส้นเทรนด์)

เส้นตรงที่ลากบนกราฟเชื่อมจุดราคาสองจุดขึ้นไป ใช้ระบุและยืนยันเทรนด์ราคา เส้นเทรนด์ขาขึ้นเชื่อมจุดต่ำสุด เส้นเทรนด์ขาลงเชื่อมจุดสูงสุด

U

Uptrend (แนวโน้มขาขึ้น)

สภาวะตลาดที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (higher high) และจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น (higher low) ต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงซื้อที่มีอำนาจเหนือตลาดโดยรวม

USD (ดอลลาร์สหรัฐ)

สกุลเงินของสหรัฐอเมริกาและเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก ปรากฏอยู่ในด้านหนึ่งของคู่เงินหลัก (major pairs) เกือบทั้งหมด จึงมีอิทธิพลสูงต่อตลาด Forex

Unrealized P/L (กำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง)

กำไรหรือขาดทุนของออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ คำนวณจากราคาตลาดปัจจุบัน จะกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนจริง (realized) ก็ต่อเมื่อปิดออเดอร์นั้นแล้วเท่านั้น

Unemployment Rate (อัตราการว่างงาน)

เปอร์เซ็นต์ของกำลังแรงงานที่ไม่มีงานทำ เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญ อัตราการว่างงานที่ลดลงมักหนุนค่าเงินให้แข็งค่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมักทำให้ค่าเงินอ่อนลง

V

Volatility (ความผันผวน)

อัตราที่ราคาของคู่สกุลเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลง ความผันผวนสูงหมายถึงการแกว่งตัวของราคาที่ใหญ่กว่า นำเสนอทั้งศักยภาพกำไรและความเสี่ยงที่สูงขึ้น

Volume (ปริมาณการซื้อขาย)

จำนวนรวมของหน่วยหรือสัญญาที่ซื้อขายในช่วงเวลาที่กำหนด ปริมาณการซื้อขายสูงยืนยันการเคลื่อนไหวราคาที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปริมาณต่ำอาจบ่งชี้การเคลื่อนไหวที่อ่อนแอ

VPS (เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเสมือน)

เซิร์ฟเวอร์ระยะไกลที่ใช้รันแพลตฟอร์มเทรดและ Expert Advisors ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ จำเป็นสำหรับกลยุทธ์เทรดอัตโนมัติที่ต้องการ uptime ตลอดเวลา

VIX (ดัชนีความผันผวน)

ดัชนีที่วัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์ มักถูกเรียกว่า 'ดัชนีความกลัว' เมื่อ VIX สูงขึ้นสะท้อนถึงความกลัวในตลาดและมักหนุนสกุลเงินปลอดภัย (safe-haven)

W

Withdrawal (การถอนเงิน)

กระบวนการโอนเงินจากบัญชีเทรดไปยังธนาคารหรือ e-wallet ของคุณ เวลาดำเนินการถอนเงินและค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามโบรกเกอร์และวิธีการ ควรตรวจสอบนโยบายการถอนเงินของโบรกเกอร์เสมอ

Whipsaw (การเหวี่ยงกลับ)

สภาวะที่ราคาวิ่งแรงไปทางหนึ่งจนกระตุ้นให้เทรดเดอร์เข้าออเดอร์ แล้วกลับตัวอย่างรวดเร็วสวนทาง ทำให้ถูกปิดขาดทุน (stop out) ซ้ำๆ มักเกิดในตลาดที่ผันผวนหรือไร้ทิศทาง

Wick (ไส้เทียน)

เส้นบางๆ ที่อยู่เหนือหรือใต้ตัวแท่งเทียน (candlestick) แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดที่ราคาเคลื่อนไปถึงในช่วงเวลานั้น ไส้เทียนยาวๆ มักบ่งบอกถึงการปฏิเสธราคา

Wedge (รูปแบบลิ่ม)

รูปแบบกราฟที่เกิดจากเส้นเทรนด์ไลน์สองเส้นลู่เข้าหากันและเอียงไปทางเดียวกัน มักส่งสัญญาณการกลับตัวหรือการไปต่อของราคาเมื่อเกิดการเบรกเอาท์

X

XAG/USD (ซิลเวอร์)

ราคาสปอตของโลหะเงิน (silver) เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดย XAG คือรหัส ISO ของเงินหนัก 1 ทรอยออนซ์ เป็นหนึ่งในโลหะมีค่าที่นิยมเทรด

XAU (รหัสทองคำ)

รหัสสกุลเงินตามมาตรฐาน ISO ที่ใช้แทนทองคำหนัก 1 ทรอยออนซ์ ใช้ในคู่ทองคำ XAU/USD ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการเทรดมากที่สุดชนิดหนึ่ง

Y

Yield (อัตราผลตอบแทน)

ผลตอบแทนที่ได้รับจากพันธบัตรหรือการลงทุน มักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นมักดึงดูดเงินทุนไหลเข้าและทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นแข็งค่า

Yard (หนึ่งพันล้านหน่วย)

ศัพท์แสลงในตลาดที่หมายถึงสกุลเงินจำนวนหนึ่งพันล้านหน่วย ใช้เพื่อเลี่ยงความสับสนระหว่างคำว่า 'ล้าน (million)' กับ 'พันล้าน (billion)' เวลาพูดถึงจำนวนเงินก้อนใหญ่

Z

Zero-Sum Game (เกมผลรวมศูนย์)

สถานการณ์ที่กำไรของเทรดเดอร์ฝ่ายหนึ่งเท่ากับขาดทุนของอีกฝ่ายพอดี ทำให้ผลรวมสุทธิของผู้เล่นทั้งหมดเป็นศูนย์ ตลาด Forex มักถูกอธิบายในลักษณะนี้ (ก่อนหักค่าสเปรด/ค่าธรรมเนียม)

Zig Zag (อินดิเคเตอร์ซิกแซก)

เครื่องมือทางเทคนิคที่กรองการเคลื่อนไหวเล็กๆ ของราคาออก แล้วลากเส้นเชื่อมจุดสวิงสูงและต่ำที่สำคัญ เพื่อให้มองเห็นแนวโน้มหลักและรูปแบบราคาได้ชัดเจนขึ้น

พร้อมเริ่มเทรดแล้วหรือยัง?

ตอนนี้คุณเข้าใจศัพท์แล้ว ก้าวต่อไปในเส้นทางการเทรดของคุณ