ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
FxFriend LogoFxFriend Logo
FxFriendเอฟเอ็กซ์ เฟรนด์
ฟอรั่มพูดคุย
เข้าสู่ระบบ
สมัคร
FxFriend LogoFxFriend Logo
FxFriendเอฟเอ็กซ์ เฟรนด์
FxFriend LogoFxFriend Logo
FxFriendเอฟเอ็กซ์ เฟรนด์
สมัครเข้าสู่ระบบ
FXF Coinคอมมูนิตี้เกี่ยวกับเราติดต่อเรา

พาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจ

โบรกเกอร์และแพลตฟอร์มชั้นนำ

โลโก้Bitkub
โลโก้Exness
โลโก้FBS
โลโก้HotForex
โลโก้Timmy
โลโก้Weltrade
โลโก้XM
โลโก้IUX
FxFriend LogoFxFriend Logo
FxFriendเอฟเอ็กซ์ เฟรนด์

แพลตฟอร์ม Trading อันดับ 1 ของไทย

FxFriend.trade

เอฟเอ็กซ์ เฟรนด์.trade

การเทรด

  • Copy TradeSOON
  • สัญญาณทองคำHOT
  • สัญญาณ FX & เหรียญ
  • ตลาด Expert Advisors
  • คลัง Expert AdvisorsFREE

การวิเคราะห์

  • กราฟขั้นสูง
  • ดัชนีความเชื่อมั่นตลาด
  • การคาดการณ์ตลาด
  • กลยุทธ์การเทรด
  • วิเคราะห์ทองคำ
  • วิเคราะห์ Forex
  • วิเคราะห์ Crypto

ตลาดข่าวสาร

  • ราคาทองวันนี้ (สมาคมค้าทองคำ)
  • SPDR ถือทองคำวันนี้
  • ข่าวสาร
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
  • ปฏิทินวันหยุด
  • เวลาเปิด-ปิดตลาด Forex
  • อัตราดอกเบี้ย

เครื่องมือ

  • เครื่องคิดเลขเทรด
  • Heat Map
  • Correlation
  • ความผันผวน
  • รายงาน COT
  • แปลงสกุลเงิน

โบรกเกอร์

  • โบรกเกอร์ทั้งหมด
  • เปรียบเทียบโบรกเกอร์
  • สเปรดโบรกเกอร์
  • อัตรา Swap
  • แพลตฟอร์มเทรด
  • โปรโมชั่นและโบนัส
  • WeltradeHOT
  • Prop Trading FirmsHOT

เรียนรู้

  • ศูนย์การเรียนรู้
  • คู่มือ MetaTrader
  • คำศัพท์ Forex
  • บล็อก
  • พอดแคสต์

บริการ

  • ศูนย์บริการ
  • บริการ VPS
  • ผู้ให้บริการสัญญาณ
  • Cashback & Rebates
ความเป็นส่วนตัวการลบข้อมูลข้อกำหนดความเสี่ยงคุกกี้FXF Coinคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเราคอมมูนิตี้ติดต่อเรา

FXFRIEND

คำเตือนความเสี่ยงสูง: การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกราย เลเวอเรจสร้างการเผชิญกับความเสี่ยงและการขาดทุนเพิ่มเติม ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเทรดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้พิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และการยอมรับความเสี่ยงอย่างรอบคอบ คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นบางส่วนหรือทั้งหมด อย่าลงทุนเงินที่คุณไม่สามารถสูญเสียได้ Educate yourself on the risks associated with foreign exchange trading, and seek advice from an independent financial or tax advisor if you have any questions. มีการให้ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ 'ตามสภาพ' เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเทรดหรือคำแนะนำ ประสิทธิภาพในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต

Educate yourself on the risks associated with foreign exchange trading, and seek advice from an independent financial or tax advisor if you have any questions.

  • หน้าแรก
  • เครื่องมือเทรด
  • รีวิวโบรกเกอร์
กลับไปที่บล็อก
Order ประเภทต่าง ๆ ในคริปโต: Market, Limit, Stop, OCO ใช้ตอนไหนให้เหมาะ
crypto

Order ประเภทต่าง ๆ ในคริปโต: Market, Limit, Stop, OCO ใช้ตอนไหนให้เหมาะ

F
FxFriend Team
6 ตุลาคม 2569
14 นาที
18 ครั้ง
อัปเดตเมื่อ: 6 ตุลาคม 2569

ตลาดคริปโตเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีเวลาพักเหมือนหุ้นหรือ Forex ราคาสามารถแกว่งแรงได้ในไม่กี่วินาที ถ้าคุณใช้ Order ผิดประเภทในจังหวะที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ซื้อแพงกว่าที่ตั้งใจ ขายถูกกว่าที่ควร หรือพลาดจังหวะสำคัญไปเลย การเข้าใจว่า Market, Limit, Stop และ OCO แต่ละตัวทำงานอย่างไร และเหมาะกับสถานการณ์แบบไหน จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์คริปโตทุกคนควรมีติดตัว ไม่ว่าจะเทรดบนกระดาน Spot หรือ Futures ก็ตาม

ทำไมการเลือก Order ให้ถูกประเภทถึงสำคัญ

หลายคนมองว่า Order เป็นแค่ปุ่ม "ซื้อ-ขาย" แต่จริง ๆ แล้วแต่ละประเภทมีกลไกและผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกผิดอาจทำให้เกิดปัญหาอย่าง Slippage ในช่วงตลาดผันผวน หรือ Order ไม่ถูก Execute ตามที่คาดหวัง โดยเฉพาะในคริปโตที่สภาพคล่องของแต่ละเหรียญไม่เท่ากัน เหรียญ Market Cap ใหญ่อย่าง BTC หรือ ETH มักมี Order Book หนาแน่น แต่เหรียญ Altcoin เล็ก ๆ อาจมี Order Book บางมาก ทำให้การใช้ Market Order เสี่ยงต่อการได้ราคาที่เพี้ยนไปมาก

Market Order: เร็วแต่ต้องแลกกับราคาที่อาจไม่ตรงใจ

Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน ระบบจะจับคู่กับ Order ที่ดีที่สุดในกระดานทันที ข้อดีคือความเร็ว เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการเข้าหรือออกจากตลาดทันที เช่น เห็นข่าวร้ายกระทบเหรียญที่ถืออยู่และต้องการตัดขาดทุนทันที หรือเห็นสัญญาณ Breakout ที่ชัดเจนและไม่อยากพลาดโมเมนตัม

แต่ข้อเสียคือในช่วงตลาดผันผวนสูงหรือเหรียญที่สภาพคล่องต่ำ ราคาที่ได้จริงอาจต่างจากราคาที่เห็นบนหน้าจอพอสมควร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Slippage ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนแฝงที่เทรดเดอร์มักมองข้าม หากสนใจเรื่องต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในการเทรดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ใน บทความเรื่องต้นทุนแฝงของการเทรด

Limit Order: ควบคุมราคาได้ แต่ต้องรอ

Limit Order คือการตั้งราคาที่ต้องการซื้อหรือขายไว้ล่วงหน้า ระบบจะ Execute ก็ต่อเมื่อราคาตลาดมาถึงจุดที่ตั้งไว้เท่านั้น ข้อดีคือคุณควบคุมราคาได้แน่นอน ไม่มี Slippage แบบ Market Order เหมาะกับนักเทรดที่มีแผนชัดเจนว่าจะเข้าซื้อที่โซนไหน เช่น รอราคาย่อลงมาที่แนวรับสำคัญ หรือรอขายที่แนวต้านที่วิเคราะห์ไว้

กรณีที่ใช้บ่อยในทางปฏิบัติคือการตั้ง Limit Buy ไว้ที่โซน Demand Zone ที่คาดว่าราคาจะเด้งกลับ แทนที่จะไล่ซื้อตอนราคากำลังวิ่งขึ้น ถ้ายังไม่คุ้นกับการหาโซนเหล่านี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก บทความเรื่อง Supply & Demand Zone ซึ่งอธิบายวิธีวาดโซนให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ขีดเส้นมั่ว ๆ

ข้อเสียของ Limit Order คือถ้าราคาไม่มาถึงจุดที่ตั้งไว้ Order ก็จะไม่ถูก Execute เลย ทำให้พลาดโอกาสได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในตลาดที่วิ่งแรงทิศทางเดียวโดยไม่ย่อกลับมาให้เก็บของ

Stop Order: เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ขาดไม่ได้

Stop Order มีหลายแบบย่อยที่ควรแยกให้ชัดเจน เพราะหลายคนสับสนและใช้ผิดวิธี

  • Stop-Loss (Stop-Market): เมื่อราคาแตะจุดที่ตั้งไว้ ระบบจะแปลงเป็น Market Order ทันที เพื่อให้ปิด Position แน่นอน แต่ราคาที่ได้อาจมี Slippage โดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวนหรือ Gap ราคา
  • Stop-Limit: เมื่อราคาแตะจุด Trigger จะแปลงเป็น Limit Order แทน ข้อดีคือควบคุมราคาได้ แต่ข้อเสียคือถ้าตลาดวิ่งเร็วเกินไป Order อาจไม่ถูก Execute เลย ทำให้ขาดทุนบานปลายกว่าที่ตั้งใจ
  • Take-Profit: ลักษณะคล้าย Stop แต่ใช้ปิดสถานะเมื่อได้กำไรตามเป้าที่ตั้งไว้

Stop Order สำคัญมากในการบริหารความเสี่ยง เพราะช่วยจำกัดขาดทุนโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา การตั้ง Stop-Loss ที่เหมาะสมควรสัมพันธ์กับขนาด Position และเงินทุนทั้งหมด หลักการ Risk Per Trade ที่นิยมใช้กันคือจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ไว้ที่ 1-2% ของพอร์ต ซึ่งมีรายละเอียดวิธีคำนวณอยู่ใน บทความเรื่อง Risk Per Trade 1-2%

OCO (One-Cancels-the-Other): จัดการสองสถานการณ์พร้อมกัน

OCO คือการตั้ง Order สองตัวพร้อมกัน โดยปกติมักเป็น Limit Order กับ Stop Order เมื่อตัวใดตัวหนึ่งถูก Execute อีกตัวจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากในคริปโตที่ราคาแกว่งได้ทั้งสองทิศทางอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเวลาที่คุณไม่สามารถเฝ้าหน้าจอได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างการใช้งานจริง: สมมติคุณถือ BTC อยู่ และราคาปัจจุบันกำลังแกว่งอยู่ในกรอบแคบ คุณคาดว่าถ้าราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปจะไปต่อ แต่ถ้าหลุดแนวรับลงมาก็มีโอกาสร่วงแรง คุณสามารถตั้ง OCO โดยฝั่งหนึ่งเป็น Limit Sell ที่แนวต้านเพื่อล็อกกำไรถ้าราคาวิ่งขึ้นไปถึง และอีกฝั่งเป็น Stop-Loss ที่แนวรับเพื่อจำกัดขาดทุนถ้าราคาหลุดลงมา เมื่อ Order ใดฝั่งหนึ่งทำงาน อีกฝั่งจะถูกยกเลิกทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะมี Order ค้างที่ขัดแย้งกันเอง

OCO เหมาะมากกับสถานการณ์ที่มีข่าวสำคัญรออยู่ เช่น การประกาศนโยบายที่กระทบตลาดคริปโตโดยรวม ซึ่งราคามักแกว่งแรงทั้งสองทาง การติดตามข่าวและปัจจัยที่กระทบตลาดอย่างใกล้ชิดก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ตัดสินใจตั้ง OCO ได้แม่นยำขึ้น ลองติดตามข่าวสารตลาดเพิ่มเติมได้ที่ thaitalkforex.com ซึ่งเป็นเว็บข่าวในเครือที่อัปเดตสถานการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ตารางเปรียบเทียบ Order ทั้ง 4 ประเภท

ประเภท Orderควบคุมราคาได้ไหมความเร็วในการ Executeเหมาะกับสถานการณ์
Marketไม่ได้ทันทีต้องเข้า-ออกเร็ว ไม่สนใจราคาที่เพี้ยนเล็กน้อย
Limitได้รอจนราคาตรงจุดมีแผนราคาชัดเจน ไม่รีบเข้า
Stop-Loss/Stop-Marketไม่ได้ (หลัง Trigger)ทันทีหลัง Triggerป้องกันขาดทุนให้แน่นอนว่าจะปิดได้
Stop-Limitได้ (หลัง Trigger)อาจไม่ Execute เลยต้องการควบคุมราคาแม้ในจังหวะปิด Position
OCOได้ทั้งสองฝั่งขึ้นกับ Order ที่เลือกใช้คู่กันไม่แน่ใจทิศทาง ต้องการล็อกทั้งกำไรและขาดทุน

ตัวอย่างสถานการณ์จริงบนกระดานเทรดคริปโต

ลองนึกภาพสถานการณ์ที่คุณติดตาม ETH อยู่ และเห็นว่าราคากำลังทดสอบแนวรับสำคัญซ้ำหลายครั้ง คุณไม่อยากไล่ซื้อตอนราคายังไม่ย่อลงมา จึงตั้ง Limit Buy ไว้ที่แนวรับ รอให้ราคาวิ่งมาเองโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ เมื่อ Order ถูก Execute คุณอาจตั้ง Stop-Loss ไว้ใต้แนวรับอีกชั้นหนึ่งทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยงหากแนวรับแตก

อีกสถานการณ์หนึ่ง: คุณเห็นข่าวด่วนที่กระทบเหรียญที่ถืออยู่อย่างรุนแรง ราคาร่วงเร็วมาก ในจังหวะนี้ Market Order คือทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า เพราะการรอ Limit Order อาจทำให้ Order ไม่ถูก Execute เลยและขาดทุนหนักกว่าเดิม แม้จะต้องยอมรับ Slippage บ้างก็ตาม

ส่วนกรณีที่ตลาดกำลังสร้างรูปแบบ Sideway ก่อนมีข่าวสำคัญ การใช้ OCO เพื่อครอบคลุมทั้งสองสถานการณ์พร้อมกันจะช่วยลดความเครียดจากการต้องเดาทิศทางล่วงหน้า

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอ

  • ใช้ Market Order ซื้อเหรียญ Altcoin ที่สภาพคล่องต่ำในช่วงตลาดผันผวน ทำให้ได้ราคาเพี้ยนจากที่เห็นบนหน้าจอมาก
  • ตั้ง Stop-Limit แทน Stop-Market ในสถานการณ์ที่ต้องการปิด Position แบบด่วน ทำให้ Order ค้างไม่ถูก Execute เมื่อราคาวิ่งเร็วเกินไป
  • ลืมตั้ง Stop-Loss หลังเปิด Position ด้วย Limit Order ทำให้ขาดทุนบานปลายเมื่อราคาวิ่งสวนทาง
  • ตั้ง OCO ที่ระยะห่างจากราคาปัจจุบันแคบเกินไป ทำให้ถูก Trigger บ่อยจากความผันผวนปกติ โดยที่ราคายังไม่ได้เปลี่ยนทิศทางจริง

Market Order กับ Limit Order ต่างกันตรงไหนชัดที่สุด

Market Order Execute ทันทีที่ราคาตลาด ไม่สามารถกำหนดราคาที่แน่นอนได้ ส่วน Limit Order ต้องรอจนราคาตลาดมาถึงจุดที่ตั้งไว้ก่อนถึงจะ Execute ข้อแลกเปลี่ยนคือความเร็วกับความแม่นยำของราคา

OCO ใช้ได้กับทุกโบรกเกอร์หรือทุกกระดานคริปโตไหม

ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มรองรับฟีเจอร์ OCO บางกระดานอาจเรียกชื่อฟีเจอร์ต่างกันหรือมีเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบคู่มือการใช้งานของแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ก่อนนำไปใช้จริง

ควรใช้ Stop-Loss แบบ Stop-Market หรือ Stop-Limit ดีกว่ากัน

ขึ้นอยู่กับลำดับความสำคัญ ถ้าต้องการให้แน่ใจว่า Position จะถูกปิดแน่นอนไม่ว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่ ควรใช้ Stop-Market แต่ถ้าต้องการควบคุมราคาปิดและยอมรับความเสี่ยงที่ Order อาจไม่ Execute ในบางสถานการณ์ ก็อาจเลือก Stop-Limit แทน

สรุป

Order แต่ละประเภทมีจุดแข็งและข้อจำกัดต่างกัน ไม่มีแบบไหนที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจกลไกการทำงานและเลือกใช้ให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละการเทรด Market Order เหมาะกับความเร็ว Limit Order เหมาะกับการควบคุมราคา Stop Order ช่วยจำกัดความเสี่ยง และ OCO ช่วยจัดการสองสถานการณ์พร้อมกันโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา การฝึกใช้งานแต่ละแบบในสถานการณ์จำลองก่อนลงเงินจริงจะช่วยให้คุ้นเคยและลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็นได้มาก

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Order ประเภทต่าง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดคริปโตมีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคา สภาพคล่อง และปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ภาพ: Photo by AlphaTradeZone on Pexels

แท็ก

#Order Types#Market Order#Limit Order#Stop Loss#OCO#คริปโต

แชร์

XFacebookThreadsLINETelegramLinkedIn
กลับไปที่บล็อก

บทความที่เกี่ยวข้อง

Zipmex คืออะไร เกิดอะไรขึ้น เช็กสถานะล่าสุดและทางเอาเงินคืน
crypto

Zipmex คืออะไร เกิดอะไรขึ้น เช็กสถานะล่าสุดและทางเอาเงินคืน

Zipmex คืออะไร เกิดอะไรขึ้นกับกระดานเทรดคริปโตเจ้านี้ สรุปไทม์ไลน์ สถานะปัจจุบัน และสิ่งที่นักลงทุนไทยควรรู้ก่อนตัดสินใจ

5 ตุลาคม 2569•16 นาที
Spread และ Swap กินกำไรเราอย่างไร วิธีคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์คริปโต
crypto

Spread และ Swap กินกำไรเราอย่างไร วิธีคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์คริปโต

เจาะลึกว่า Spread และ Swap (Funding Rate) กัดกินกำไรเทรดเดอร์คริปโตอย่างไร พร้อมสูตรคำนวณต้นทุนจริงต่อออเดอร์ที่คุณต้องรู้ก่อนกดเข้าเทรด

30 กันยายน 2569•13 นาที
อ่านกราฟแท่งเทียน 10 รูปแบบพื้นฐาน ที่เทรดเดอร์คริปโตต้องรู้จัก
crypto

อ่านกราฟแท่งเทียน 10 รูปแบบพื้นฐาน ที่เทรดเดอร์คริปโตต้องรู้จัก

สรุป 10 รูปแบบแท่งเทียนที่เจอบ่อยที่สุดในตลาดคริปโต พร้อมวิธีอ่านสัญญาณกลับตัวและต่อเนื่อง ใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง

28 กันยายน 2569•14 นาที