
รหัส SWIFT คืออะไร หาได้จากไหน ใช้โอนเงินเทรด Forex อย่างไร
รหัส SWIFT คือรหัสเฉพาะที่ใช้ระบุตัวตนของธนาคารแต่ละแห่งทั่วโลก เพื่อให้การโอนเงินระหว่างประเทศไปถึงธนาคารปลายทางที่ถูกต้องและรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะโอนเงินไปต่างประเทศเพื่อซื้อของ จ่ายค่าเรียน หรือฝากเงินเข้าบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศ รหัส SWIFT คือข้อมูลที่ธนาคารจะถามหาแทบทุกครั้ง บทความนี้จะอธิบายให้ครบตั้งแต่ความหมาย โครงสร้างรหัส วิธีหา ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่คนมักเจอตอนโอนเงินจริง
รหัส SWIFT คืออะไร ทำงานอย่างไร
SWIFT ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication ซึ่งเป็นเครือข่ายสื่อสารทางการเงินที่เชื่อมธนาคารและสถาบันการเงินหลายหมื่นแห่งทั่วโลกเข้าด้วยกัน รหัส SWIFT (บางครั้งเรียกว่า SWIFT code หรือ BIC) จึงเปรียบเสมือน “ที่อยู่” ของธนาคารในระบบนี้ เวลาคุณโอนเงินข้ามประเทศ ธนาคารต้นทางจะส่งคำสั่งโอนผ่านเครือข่าย SWIFT โดยระบุรหัสของธนาคารปลายทาง เพื่อให้เงินวิ่งไปถูกธนาคาร ถูกสาขา และถูกบัญชีมากที่สุด
พูดง่าย ๆ คือถ้าไม่มีรหัสนี้ หรือใส่ผิด เงินของคุณอาจไปค้างอยู่ที่ธนาคารตัวกลาง (correspondent bank) หรือถูกตีกลับ ซึ่งเสียทั้งเวลาและอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม โดยเฉพาะกรณีโอนเงินเข้า-ออกบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนต่างประเทศ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เทรดเดอร์ไทยจำนวนมากต้องเจอ
โครงสร้างรหัส SWIFT อ่านอย่างไร
รหัส SWIFT มาตรฐานมีความยาว 8 หรือ 11 ตัวอักษร แบ่งเป็น 4 ส่วนชัดเจน ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ เช่น ABCDTHBKXXX
- 4 ตัวแรก คือรหัสธนาคาร (Bank Code) เช่น ABCD
- 2 ตัวถัดมา คือรหัสประเทศ (Country Code) ตามมาตรฐาน ISO เช่น TH คือประเทศไทย
- 2 ตัวถัดมา คือรหัสเมืองหรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (Location Code) เช่น BK
- 3 ตัวท้าย (ถ้ามี) คือรหัสสาขา (Branch Code) ถ้าไม่มีให้ใส่ XXX ซึ่งหมายถึงสำนักงานใหญ่
ถ้ารหัสมีแค่ 8 ตัว แปลว่าหมายถึงสำนักงานใหญ่ของธนาคารนั้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเติม XXX ก็ได้ ทั้งสองแบบใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแค่ระดับความละเอียดต่างกัน
รหัส SWIFT ต่างจาก BIC, IBAN และ Routing Number อย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างคำเหล่านี้ เพราะมักถูกใช้ปนกันในฟอร์มโอนเงินต่างประเทศ
- SWIFT code กับ BIC แท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกัน เพียงแต่คนละชื่อเรียก BIC ย่อมาจาก Bank Identifier Code ซึ่งเป็นชื่อทางการที่ SWIFT ใช้เรียกรหัสนี้
- IBAN (International Bank Account Number) คือหมายเลขบัญชีธนาคารรูปแบบสากล ใช้แพร่หลายในยุโรปและบางประเทศ ประเทศไทยไม่ได้ใช้ระบบ IBAN จึงใช้เลขที่บัญชีปกติคู่กับรหัส SWIFT แทน
- Routing Number เป็นระบบเฉพาะของสหรัฐอเมริกา ใช้สำหรับโอนเงินภายในประเทศผ่านระบบ ACH หรือ Wire Transfer ภายในสหรัฐฯ ถ้าโอนเงินเข้าสหรัฐฯ จากต่างประเทศ ส่วนใหญ่ธนาคารปลายทางยังต้องใช้ SWIFT code ควบคู่ไปด้วย
สรุปคือถ้าโอนเงินระหว่างประเทศแบบ International Wire Transfer รหัส SWIFT เป็นสิ่งที่แทบทุกธนาคารทั่วโลกต้องใช้ร่วมกับเลขบัญชีปลายทาง
หารหัส SWIFT ของธนาคารได้จากไหน
วิธีที่ปลอดภัยและแม่นยำที่สุดในการหารหัส SWIFT ของธนาคารที่คุณใช้งาน มีดังนี้
- เว็บไซต์ทางการของธนาคาร ธนาคารไทยแทบทุกแห่งมีหน้าเพจระบุรหัส SWIFT ของตัวเองไว้ในหมวดบริการโอนเงินระหว่างประเทศ
- แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ บางแอปมีฟีเจอร์แสดงข้อมูลบัญชีซึ่งรวมรหัส SWIFT ไว้ด้วย
- Call center หรือสาขาธนาคาร โทรสอบถามหรือเดินเข้าสาขาเพื่อขอข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณจะโอนเงินก้อนใหญ่ ควรยืนยันอีกครั้งก่อนทำรายการจริง
- หน้าเปิดบัญชีของโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มคริปโต บางแห่งจะแจ้งรหัส SWIFT ของธนาคารตัวเองไว้ให้พร้อมในหน้าฝากเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลที่คุณควรใช้คู่กับการตรวจสอบจากธนาคารต้นทางของคุณเองด้วย
สิ่งสำคัญคือรหัส SWIFT ของแต่ละธนาคารอาจมีมากกว่าหนึ่งรหัส ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกรรมหรือสาขา จึงควรตรวจสอบให้ตรงกับประเภทการโอนเงินที่คุณต้องการทำเสมอ แทนที่จะอาศัยข้อมูลที่หาเจอตามเว็บบอร์ดทั่วไปซึ่งอาจไม่อัปเดต
รหัส SWIFT เกี่ยวข้องกับการเทรด Forex และคริปโตอย่างไร
สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Forex หรือแพลตฟอร์มคริปโตที่จดทะเบียนต่างประเทศ การฝากเงินเข้าบัญชีเทรดหรือถอนกำไรกลับมาที่ธนาคารไทย มักมีสองช่องทางหลัก คือผ่านผู้ให้บริการชำระเงินในประเทศ (local payment) ซึ่งสะดวกและเร็วกว่า กับการโอนเงินระหว่างประเทศแบบ Wire Transfer ผ่านระบบ SWIFT โดยตรง ซึ่งมักใช้กับยอดเงินก้อนใหญ่หรือโบรกเกอร์ที่ไม่มีช่องทางฝากถอนในประเทศไทย
กรณีใช้ Wire Transfer คุณจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งชื่อธนาคารปลายทาง ที่อยู่ธนาคาร รหัส SWIFT เลขบัญชี และชื่อผู้รับเงินตามที่โบรกเกอร์กำหนด หากกรอกรหัส SWIFT ผิดแม้เพียงตัวเดียว เงินอาจไม่เข้าบัญชีเทรดตามกำหนด หรือถูกส่งกลับมาพร้อมค่าธรรมเนียมที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เทรดเดอร์ที่วางแผนเข้าตลาดตามจังหวะข่าวสำคัญจึงควรเตรียมเรื่องการโอนเงินให้เรียบร้อยล่วงหน้า ไม่ควรรอจนถึงวันที่ต้องใช้เงินจริง เพราะ Wire Transfer ระหว่างประเทศมักใช้เวลาหลายวันทำการกว่าจะเข้าบัญชีปลายทาง
หากคุณติดตามข่าวสารที่กระทบค่าเงินหรือราคาทองคำอยู่แล้ว การวางแผนเงินทุนล่วงหน้าควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ตลาดจะช่วยให้ไม่พลาดจังหวะ ลองดูบทวิเคราะห์ Forex รายวัน เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องเงินทุนและจังหวะเข้าตลาด
ขั้นตอนการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยรหัส SWIFT
โดยทั่วไปขั้นตอนการโอนเงินแบบ International Wire Transfer มีลำดับคร่าว ๆ ดังนี้
- เตรียมข้อมูลผู้รับเงินให้ครบ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลผู้รับ ชื่อธนาคารปลายทาง ที่อยู่ธนาคาร รหัส SWIFT และเลขบัญชี
- ติดต่อธนาคารต้นทางผ่านสาขา แอปพลิเคชัน หรือ internet banking เพื่อทำรายการโอนเงินระหว่างประเทศ
- กรอกจำนวนเงินและสกุลเงินที่ต้องการโอน พร้อมตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมที่ธนาคารแจ้ง
- ตรวจทานข้อมูลรหัส SWIFT และเลขบัญชีอีกครั้งก่อนยืนยันการทำรายการ เพราะแก้ไขภายหลังทำได้ยากหรืออาจทำไม่ได้เลย
- เก็บหลักฐานการโอนเงิน (confirmation slip) ไว้ เผื่อต้องใช้ติดตามสถานะกับธนาคารหรือโบรกเกอร์ปลายทาง
ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหลายวันทำการสำหรับเงินจะเข้าบัญชีปลายทาง เนื่องจากเงินอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลางหนึ่งหรือหลายแห่งก่อนถึงปลายทางจริง โดยเฉพาะถ้าธนาคารต้นทางและปลายทางไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อกัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับรหัส SWIFT
- กรอกรหัสผิดตัวอักษร เช่น สลับตัว O กับเลข 0 หรือใส่ช่องว่างเกิน ทำให้ระบบตรวจสอบไม่พบธนาคารปลายทาง
- ใช้รหัสของสาขาผิด ธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งมีรหัสเฉพาะสาขาต่างกัน หากใส่รหัสสาขาผิด เงินอาจไปค้างอยู่ที่สาขาอื่นชั่วคราว
- สับสนระหว่าง SWIFT กับชื่อธนาคารตัวกลาง บางครั้งธนาคารต้นทางต้องระบุทั้งรหัส SWIFT ของธนาคารปลายทางและธนาคารตัวกลาง ถ้าใส่ไม่ครบอาจทำให้รายการล่าช้า
- ไม่ตรวจสอบกับโบรกเกอร์ก่อนโอน โบรกเกอร์บางแห่งมีบัญชีรับเงินเฉพาะสกุลเงินหรือเฉพาะประเทศ หากโอนผิดสกุลเงินหรือผิดบัญชี อาจมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือคัดลอกรหัส SWIFT และเลขบัญชีจากแหล่งที่เชื่อถือได้โดยตรง ไม่พิมพ์เองจากความจำ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารอ่านทวนข้อมูลอีกครั้งก่อนยืนยันทำรายการทุกครั้ง
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่ควรเผื่อไว้
การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบ SWIFT มักมีค่าธรรมเนียมมากกว่าการโอนเงินในประเทศ และอาจมีค่าธรรมเนียมซ้อนจากธนาคารตัวกลางที่เงินต้องผ่านระหว่างทาง ซึ่งรายละเอียดค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคารและประเทศปลายทาง จึงควรสอบถามรายละเอียดที่แน่ชัดจากธนาคารของคุณโดยตรงก่อนทำรายการทุกครั้ง แทนที่จะยึดตามตัวเลขที่เห็นจากแหล่งอื่น เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องบริหารเงินทุนให้พร้อมใช้ในจังหวะตลาดสำคัญ เช่น ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ การเผื่อเวลาโอนเงินล่วงหน้าจึงสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์กราฟ ลองตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการวางแผนเงินทุนล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโอนเงินไม่ทันจังหวะสำคัญ
รหัส SWIFT กับ BIC Code คือสิ่งเดียวกันหรือไม่
ใช่ รหัส SWIFT และ BIC Code คือสิ่งเดียวกัน เพียงแต่เรียกต่างชื่อกัน โดย BIC เป็นชื่อทางการที่องค์กร SWIFT ใช้เรียกรหัสระบุตัวตนธนาคารนี้ จึงสามารถใช้แทนกันได้ในทุกกรณี
ถ้าไม่มีรหัสสาขา (XXX) จะใช้ได้หรือไม่
ได้ หากรหัส SWIFT มีความยาว 8 ตัวอักษร หมายความว่าเป็นรหัสของสำนักงานใหญ่โดยอัตโนมัติ สามารถใช้โอนเงินได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องเติม XXX ต่อท้าย ทั้งรหัส 8 ตัวและ 11 ตัวใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแต่รหัส 11 ตัวจะระบุสาขาละเอียดกว่า
กรอกรหัส SWIFT ผิดแล้วเงินจะหายไปเลยไหม
โดยทั่วไปเงินจะไม่หายไปเฉย ๆ แต่รายการอาจถูกระงับ ล่าช้า หรือถูกส่งกลับมาที่บัญชีต้นทาง ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้นระหว่างทาง หากพบว่ากรอกข้อมูลผิดควรรีบติดต่อธนาคารต้นทางทันทีเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกรายการก่อนที่เงินจะเดินทางไปถึงธนาคารตัวกลางหรือปลายทาง
โดยสรุป รหัส SWIFT คือกุญแจสำคัญที่ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศไปถึงธนาคารปลายทางได้ถูกต้องและปลอดภัย ไม่ว่าจะโอนเพื่อธุระส่วนตัวหรือเพื่อฝากเงินเข้าบัญชีเทรด Forex และคริปโตกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ การตรวจสอบรหัสให้ถูกต้องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เผื่อเวลาทำรายการล่วงหน้า และทวนข้อมูลก่อนยืนยันทุกครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินล่าช้าหรือตีกลับได้มาก สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการติดตามสถานการณ์ตลาดเพื่อวางแผนเงินทุนให้สอดคล้องกับจังหวะการเทรด สามารถติดตามบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าบทความทั้งหมดของ FxFriend
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน การเทรด Forex ทองคำ และคริปโตมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและตรวจสอบเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการโอนเงินกับธนาคารหรือโบรกเกอร์ของท่านโดยตรงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
แท็ก
บทความที่เกี่ยวข้อง

High Frequency Trading คืออะไร รายย่อยแข่งกับหุ่นยนต์ความเร็วสูงได้ไหม
ทำความเข้าใจ High Frequency Trading อย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน กลยุทธ์ ไปจนถึงคำถามที่เทรดเดอร์รายย่อยอยากรู้ที่สุดว่าจะแข่งขันหรือรับมือกับมันอย่างไร

วันหยุดตลาด Forex 2026: เช็กก่อนเทรดทุกครั้งกันพอร์ตพลาด
รวมข้อมูลวันหยุดตลาด Forex 2026 ที่เทรดเดอร์ต้องรู้ ทั้งวันหยุดหลักที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง วิธีเช็กปฏิทินให้แม่นยำ และกลยุทธ์รับมือช่วงตลาดเบาบาง

IUX Market รีวิว: เช็กลิสต์ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนเปิดบัญชีจริง
รวมเช็กลิสต์ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจ สำหรับใครที่กำลังค้นหา iux market รีวิว และอยากรู้ว่าควรเช็กอะไรบ้างก่อนเปิดบัญชีจริง




.webp&w=384&q=75)


